8.24.2553

กราฟิติบนชั้นสี่












เดินผ่านไปเมื่อสองอาทิตย์ก่อน mobf บนชั้นสี่สยามดิสคัฟเวอรี่ รู้สึกว่ามีบรรยากาศอะไรน่ารักๆซ่อนอยู่ในที่ตรงนี้เยอะเลย เห็นงานแบบนี้ในบ้านเราแล้วคิดถึง Bangsy อยากให้กรุงเทพฯมีคนแบบนี้สักคน ใครก็ได้ช่วยเอา art ไปใส่ไว้ตามถนน ซอกตึก หรืออะไรก็ได้ให้ที จะใส่ความกล้า บ้าบิ่นยังไงก็เอาให้พอใจ ขอแค่เติมความสร้างสรรค์ที่มากกว่าการด่าพ่อล่อแม่ ข่มทับสถาบันกันลงไปซักนิดก็พอ

แล้วเราคงสนุกกับการออกไป 'เดินเล่น' มากขึ้นเยอะเลย :)



8.15.2553

จุดเล็กๆ



วางกล้องไว้บนโต๊ะแล้วพอดีเหลือบไปเห็น ถุงใสสะท้อนแสงสวยดี

นั่งทำงานแล้วไม่ได้งาน ช่วงนี้เป็นช่วงใจลอย ฤดูฝนทีไรจะเป็นแบบนี้เรื่อยเลย เหมือนมีเรื่องอยากเล่าแต่คิดไม่ออก เหมือนมีอะไรที่อยากเขียน แต่มันยังไม่จับรวมกันเป็นก้อนตัวหนังสือ ทุกอย่างลอยไปลอยมาอยูในหัว กำลังรู้สึกว่าหัวตัวเองเป็นกลายก้อนบอลลูนไปทีละนิด ทีละนิด



ไม่ได้งาน หยิบกล้องไปแนบกระจกแล้วถ่ายรูปดีกว่า

บางทีก็นึกสงสัยว่าการที่คนๆนึงนั่งเฉื่อยๆ ปล่อยเวลาให้ไหลผ่านไปเรื่อยๆ มันเป็นเรื่องผิดรึเปล่านะ ใครๆก็ชอบบอกให้ใช้เวลาว่าง (และไม่ว่าง) ให้เป็นประโยชน์ แต่แบบไหนที่เรียกว่าเป็นประโยชน์ล่ะ อันนี้ไม่เคยมีใครสอน สำหรับเราการนั่งเฉื่อยๆ เป็นอาหารอารมณ์อย่างนึง เรียกว่ามีประโยชน์หรือเรียกว่าข้ออ้างที่ดีล่ะ.




เวลาที่มองออกไปเห็นวิวกว้างๆ ในหัวโล่งๆ เรามักจะไปจินตนาการถึงกิจกรรมเล็กๆที่เกิดขึ้นตรงนั้น อาจมีคนกำลังเลี้ยงลูกอยู่ในคอนโด พนักงานทำโอทียังไม่เลิก มีคนจู๋จี๋กันในสวนสาธารณะ แม่บ้านที่อยู่ปิดออฟฟิศเป็นคนสุดท้าย คนหงุดหงิดบนถนนที่มีรถติด ยามง่วง... ตอนเด็กๆสมัยที่ยังไม่เคยนั่งเครื่องบิน เวลาที่เครื่องบินบินผ่านหัวแล้วมีไฟวิบๆ เราจะชอบคิดถึงคนที่อยู่บนนั้น รู้สึกว่ามันเป็นเรื่องตื่นเต้นที่มี 'คนบนฟ้า' อยู่จริงๆ รู้สึกดีเวลาที่จินตนาการว่าเขากำลังทำอะไรอยู่ มีชีวิตแบบไหน แล้วในทางกลับกัน คนบนฟ้าจะจินตนาการกลับมาถึงชีวิตยุกยิกอีกเป็นล้านๆที่อยู่บนพื้นบ้างรึเปล่า.




เวลาเห็นเมืองจากมุมสูงแล้วรู้สึกว่าโลกกว้างจัง ถึงจะมีอินเตอร์เน็ต มีโทรศัพท์ หรือเทคโนโลยีอะไร สำหรับเราโลกก็ไม่เคยแคบลงเลย ยังมีที่ที่ไกลแสนไกลที่เรายังอยากไปให้ถึงเสมอ ถึงเห็นร้อยครั้งในอินเตอร์เน็ต ก็ไม่เคยรู้สึกว่ารู้จักมันเลย เราคงเป็นพวกยึดติดกับอะไรโบราณอยู่ประมาณนึง.



เวลาคิดเรื่องพวกนี้ สุดท้ายก็จะจบลงที่คำถามว่า มีใครกำลังทำแบบเดียวกันอยู่บ้างรึเปล่า เราว่าในเวลาเดียวกัน โลกต้องมีคนทำเรื่องแบบนี้ในเวลาพร้อมๆกันอยู่บ้างแหละ แล้วถ้าได้เจอคนที่คิดอะไรแบบนั้นเหมือนกัน คงมีเรื่องให้อยากคุยเยอะเลย :)

8.10.2553

มากกว่า


เวลาเราคิดว่าตัวเองไม่สำคัญจะเป็นทุกข์
แต่เวลาที่เราคิดไปเองว่าตัวเองสำคัญจะเป็นทุกข์
มากกว่า

เวลาที่ลดความอ้วนแล้วหิวจะเป็นทุกข์
แต่เวลาที่ลดความอ้วนแล้วหิวและกินไปแล้วจะเป็นทุกข์
มากกว่า

เวลาที่อยากรู้จะเป็นทุกข์
แต่เวลาที่ไม่อยากรู้แต่ต้องรู้จะเป็นทุกข์
มากกว่า

เวลาที่รู้สึกว่าทำให้เพื่อนหมั่นไส้เราจะเป็นทุกข์
แต่เวลาที่รู้สึกหมั่นไส้เพื่อนตัวเองจะเป็นทุกข์
มากกว่า




รูปถ่ายที่ไม่เกี่ยวกับเรื่อง แค่สวยดี

การพยายามฝืนตาตื่นจะเป็นทุกข์
แต่การพยายามข่มตาหลับจะเป็นทุกข์
มากกว่า..

เวลาอยากพูดอะไรแล้วพูดไม่ได้จะเป็นทุกข์
แต่เวลาพูดอะไรไปแล้วอยากให้ตัวเองไม่ได้พูดจะเป็นทุกข์
มากกว่า

เวลาที่เสียเงินจะเป็นทุกข์
แต่เวลาไม่มีเงินให้เสียจะเป็นทุกข์
มากกว่า

เวลายกตนข่มท่านจะเป็นทุกข์
แต่เวลายกท่านที่ไหนสักแห่งมาข่มตนจะเป็นทุกข์
มากกว่า

เสียคนรักจะเป็นทุกข์
คนรักเสียจะเป็นทุกข์
มากกว่า

สำหรับอะไรที่เกิดขึ้นแล้วทำให้ไม่ค่อยมีความสุข ให้ลองพอใจกับมัน
ใครจะรู้ว่าบางทีอีกทางที่ไม่เกิดขึ้นอาจทำให้ไม่ค่อยมีความสุข 'มากกว่า' ก็ได้

7.27.2553

annoying orange.

ไม่รู้ว่าสนุกตรงไหน น่ารำคาญแต่ก็ดู.




คนทำมีปมอะไรบางอย่างแน่ๆ แรกๆจะดูแล้วเครียด อยากจะจับมาคั้นน้ำให้บี้คามือ แต่หลังๆจะเริ่มโรคจิตตามมันและติดใจ รู้ตัวอีกทีก็ไปตามดูบ้านเค้าทุกวันศุกร์ซะแล้ว หลงรักเจ้าส้มหัวกลมๆ :)



อันนี้เป็นสุดยอดความ annoy

wazabbbbbbbbbbbbbbbbbbbbbbbbbbbbbbbb!!!!!!!!!!

7.25.2553

ความสุข

'วันนี้มีความสุข'


ขนมปังตอนเช้า


เวลาที่มีความสุขเรามักจะเห็นอะไรเป็นรอยยิ้มได้ง่ายกว่าปกติ เป็นไปได้ว่าเพราะเรามองโลกในแง่ดีขึ้น รู้สึกว่าโลกใจดีกับเรามากขึ้น และในทางกลับกัน เราก็จะรู้สึกอยากทำตัวดีๆน่ารักๆกับโลกใบนี้มากขึ้นด้วยเช่นกัน เชื่อว่าวิธีมีความสุขของทุกคนต่างกัน สำหรับเราเวลามีความสุข เรามักจะยิ้มให้คนมั่วซั่ว ตลก พูดเพราะ มีความคิดสร้างสรรค์ และมีไฟกับเรื่องความฝันมากขึ้น.


ยิ้ม แยม

มีความสุขที่ได้สิ่งสำคัญของความรู้สึกกลับมาถึงสองอย่างในวันเดียวกัน อย่างแรกเป็นความรักเล็กๆที่กลับมานอนสงบนิ่งอยู่ในมุมแคบของมันอีกครั้ง ส่วนอีกอย่างเป็นความฝันใหญ่ๆที่ตื่นซักทีหลังจากหลับไปนาน ส่งผลทำให้วันนี้ใจเต้นเสียงดังฟังชัดมากเป็นพิเศษ 98% ภายในตัว celebrate ยินดี.

เหลือ 2% ไว้สำหรับความทุกข์
ความทุกข์ของวันที่มีความสุข ก็คือความกลัวที่จะเสียความสุขนั้นไป.

:)

7.24.2553

มายแมว

จริงๆแล้วสมาชิกทุกคนในบ้านเรารักหมา และไม่เคยคิดที่จะเลี้ยงแมวกันมาก่อนเลย เราเคยเลี้ยงหมากัน แต่พอมาถึงช่วงที่ทุกคนต่างคนต่างยุ่ง ไม่มีใครคอยดูแลมัน ก็จำต้องยกให้คนอื่นไป จากนั้นเราก็ไม่ได้หาสัตว์เลี้ยงใหม่กันอีก หันมาพยายามเลี้ยงและดูแลสมาชิกในครอบครัวให้ทั่วถึงกันเองก่อน

จนวันนึง ก็มีฟ้าประทานแมวเทพมาหาเรา :)


ได้ปลอกคอลายเต่าทองน่ารักมาใส่อยู่ช่วงนึง ก่อนจะถูกกัดขาดกระจุย

เป็นเทพเจ้าแห่งความหน้ามึน อยู่ดีๆมันก็โดดเข้ามานั่งที่ระเบียงบ้าน ทุกคนดี๊ด๊าตื่นเต้นไปเล่นลูบๆคลำๆ เพราะคิดว่ามันคงอยู่ประเดี๋ยวประด๋าว ที่ไหนได้ เล่นตีเนียนเข้ามานั่ง มากิน มานอนซะเฉย แล้วบ้านเราก็กลายเป็นบ้านมันไปโดยปริยาย ไล่ก็ไม่ไป หน้ามึนมาก สุดท้ายก็เลยต้องซื้อกระบะทราย จานอาหาร ถ้วยนมมาให้ กลายเป็นว่าอยู่ๆก็มีสัตว์เลี้ยงขึ้นมาซะอย่างนั้น

แม่เห็นว่ามันขาวสะอาดดีเลยเรียกมันว่า 'ขาวปลอด' ชื่อดูเป็นแมวไทยผู้ดีมากแต่เรียกกันอยู่ได้ไม่ถึงอาทิตย์เพราะควบกล้ำยากเหลือเกิน เรียกกันแต่ละทีนี่ต้องบรรจงมาก สุดท้ายน้องขาวปลอดก็เลยเหลือแค่ 'ปอด' เฉยๆ คนมาฟังจะงงๆว่าทำไมชื่อนี้ ก็ต้องเท้าความให้ฟังว่ามันเคยมีที่มาที่หรูหรามาก่อน ปอดมาตั้งรกรากและหาสามีอยู่ในแถบภูมิภาคบ้านเรานี่เอง จนปัจจุบันนี้มันมีลูกไปสองครอกแล้ว เราก็ยังไม่เคยได้เห็นลูกเขยของเราเลย ท่าทางจะเป็นไอ้หนุ่มนักผจญภัย

ครอกแรกแจกจ่ายญาติๆและเพื่อนพ้องของพ่อแม่ไปจนเหลือผู้โชคดี (หรือโชคร้ายไม่รู้)


เป็นแมวที่ขี้อ้อนและขี้บ่นมากๆ

เจ้านี่อยู่ที่บ้านตัวสุดท้าย เป็นตัวผู้ที่เคยมีชื่อสวยหรูเหมือนกันว่า 'ลายเมฆ' แต่จนบัดนี้เราก็ไม่รู้ว่ามันจะเคยรู้ตัวไหมว่าตัวเองมีชื่อดีๆกับเค้าเหมือนกัน เพราะได้ยินแต่ ไอ้ลายๆ (ไม่ก็ อีลายๆ) มาตั้งแต่จำความได้


จมูกสีชมพู น่ารัก :)

น้องเล็กของบ้านเป็นลูกครอกที่สองที่เหลือจากการแจกจ่ายเช่นกัน เราเลือกมันเก็บไว้เพราะเป็นตัวผู้ จะได้ไม่ต้องห่วงเรื่องมีลูกสาวแล้วเหมือนมีส้วมอยู่หน้าบ้านอย่างที่โบราณเค้าว่า ตัวนี้ได้เชื้อแม่มาเต็มๆเลยขาวทั้งตัว แต่พิเศษกว่าชาวบ้านชาวแมวเค้าตรงที่มีตาสองสี ข้างนึงเป็นสีฟ้า อีกข้างเป็นสีเหลือง เคยชื่อไดมอนตอนแรกเกิดเพราะเป็นแมวตาเพชร (ตามที่แม่เค้าว่า) ปัจจุบันชื่อ ไอ้ม่อน ตามที่ทุกคนสะดวกปากเรียกกัน


ไอ้ม่อนติดแม่เรามาก จะเดินตามตลอดเวลาและมองด้วยแววตาวิงวอน

เจ้าพวกนี้ทำให้เราเชื่อว่า โชคชะตามีหน้าที่ของมันจริงๆ
อะไรที่ควรมาพบกัน สักวันมันก็จะมาพบกัน :)


รูปนี้กดได้โดยบังเอิญ ชอบโทนสี

7.22.2553

วันฝนตก

หลายคนชอบอากาศหนาว บางคนชอบอากาศร้อน แต่แค่ไม่กี่คนที่ชอบอากาศชื้น
หลายคนชอบความสนุก บางคนชอบความสงบ แต่มีไม่กี่คนก็ชอบ ความเหงา.


ต้นไม้ข้างหน้าต่าง

วันไหนฝนตก ฟ้ามืด อากาศเย็นๆจะชวนให้รู้สึกเหงาเป็นพิเศษ แต่ก็ชวนให้เรารู้สึกชอบเป็นพิเศษเช่นกันเคยเก็บมานั่งสงสัยดู คิดว่าบางทีเราอาจไม่ได้ชอบที่เจ้าตัวความเหงาก็ได้ แต่ชอบที่เวลาแบบนี้คงมีคนเหงาอยู่เยอะกว่าเวลาอื่น การได้รู้ว่ามีคนเหงาอยู่เหมือนๆกัน มันก็ช่วยให้ในความเหงาอบอุ่นขึ้นบ้างคล้ายๆที่เค้าว่า
'หนามยอกก็ต้องเอาหนามบ่ง' (เหมือนจะเกี่ยวและเหมือนจะไม่เกี่ยว)


ลองปรับให้เป็นสีเทา

นั่งกดกล้องเพลินๆอยู่ข้างหน้าต่างสตาร์บัค มีความสุขที่รู้สึกว่าโลกของตัวเองกำลังหมุนช้ากว่าคนอื่น นั่งดูคนวิ่งผ่านหน้าต่าง มีร่มหลายสีอยู่บนถนน ถ้าได้มองจากมุมสูงคงจะสวยน่าดู เวลาฟ้าเป็นสีเทา เวลาที่ห่าฝนทำให้เรามองเห็นไม่ค่อยชัด อะไรๆมักดูสวยกว่าความเป็นจริง (แม้แต่ตัวเอง ฮ่าๆ)


เงารางๆข้างนอกน่าสงสัยดี ทั้งที่ถ้ามันชัดก็ไม่เคยรู้สึกว่ามันสวยเลย


นั่งมองไปเจอโรงหนังสยามที่โดนเผาไปหมดเเล้ว มองลึกเข้าไปในความมืดที่คิดว่าชอบ แต่แบบนี้กลับไม่ใช่ 'ซาก' พวกนี้ทำให้เห็นเส้นบางๆของความรู้สึกที่เรารัก และ เกลียด ความต่างของความเหงา กับความวังเวง มันคล้ายกันมาก แต่ก็ต่างกันมากด้วยเหมือนกัน



ข้างในยังคงมีร่องรอยเดิมๆที่เราเคยเดินผ่าน แต่ก็พังจนแทบจำไม่ได้

โรงหนังสยามมีแต่กลิ่นของความหลังกับความวังเวง ทุกครั้งที่เดินผ่าน รู้สึกเหมือนมีเสียงร้องไห้ดังออกมา ไม่ใช่แบบหนังสยองขวัญนะ แค่รู้สึกว่าโรงหนังกำลังร้องไห้ แค่รู้สึกว่ามันอยากกลับมา เราก็อยากให้มันกลับมาเหมือนกัน แม้จะไม่ได้ดูหนังที่นั่นบ่อย อุดหนุนของเค้าไม่มาก แค่เดินผ่านทุกวัน แต่ก็อดคิดถึงไม่ได้

เรามักไม่รู้ว่าเราผูกพันกับอะไร จนกว่ามันจะหายไป แล้วใจเราหายตามไปด้วย.


คิดถึง.


ฟังเพลงนี้ไม่ว่าเวลาไหนก็รู้สึกเหมือนได้แตะกระจกเย็นๆตอนฝนตก ผู้หญิงคนนี้เสียงดีจัง :)



someday it ould lead me back to you.